โรแบร์ ปิแรส ปีกเคราแพะที่ยอดเยี่ยมตลอดของปืนใหญ่อาร์เซน่อลและทีมชาติฝรั่งเศส

โรแบร์ ปิแรส นักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นปีกยุคใหม่ที่ดีที่สุดคนหนึ่งของสโมสรปืนใหญ่อาร์เซน่อลและทีมชาติฝรั่งเศส โดยประวัติการเล่นฟุตบอลของปิแรส เริ่มต้นกับสโมสรเม็ตซ์ เป็นสโมสรแรกในชีวิตนักเตะ ซึ่งเป็นสโมสรในลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส โดยเริ่มต้นเซ็นต์สัญญาค้าแข้งในปี 1993 กับสโมสรเม็ตซ์ ด้วยความสามารถในฐานะผู้เล่นตำแหน่งหมายเลข 10 พรสวรรค์ของปิแรสทำให้เขาพุ่งทะยานขึ้นจากระดับเยาวชนของทีมเมตซ์ ก่อนที่ในวัย 19 ปี เขาจะได้สัญญาอาชีพฉบับแรก ซึ่งฟิลิปป์ ฮินส์ชแบร์เกอร์ โค้ชทีมสำรองในสมัยนั้นขยับเขาออกมาอยู่ทางปีกซ้าย ซึ่งทำให้เปลี่ยนชีวิตนักฟุตบอลของเขาตั้งแต่ตอนนั้น โรแบร์ ปิแรส สามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส ปิแรสช่วยให้เม็ตซ์ได้แชมป์เฟรนซ์ลีกคัพ พร้อมคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของลีกเอิง ในฤดูกาล 1995-1996 และปิแรสยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดแชมป์โลกปี 1998 กับทีมชาติฝรั่งเศส ตลอด 6 ฤดูกาลกับเม็ตซ์ เขายิงไปถึง 47 ประตูจากการลงสนาม 195 นัดรวมทุกรายการ จากนั้นเขาก็ถูกยักษ์ใหญ่ของลีกเอิงอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย คว้าตัวไปร่วมทีมและในถิ่นสตาดเวลอดรอม โรแบร์ ปิแรสยังคงโชว์ฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการพา โอเอ็ม เข้าถึงรอบชิง ยูฟ่า คัพ ก่อนที่จะพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ยูโรในปี 2000 ในเวลาต่อมา

ปิแรสยังคงทำผลงานกับมาร์กเซยได้อย่างยอดเยี่ยมต่อเนื่อง จนกระทั่้งถึงปี 2000 เวลาของเขากับลีกเอิงก็ถึงจุดจบ ตลอดเวลา 228 นัด ปิแรสทำได้ 51 ประตู ทว่าไม่มีแชมป์ลีกมาครอบครอง โรแบร์ ปิแรส พบปัญหาในการค้าแข้งกับโอเอ็ม โดยมีปัญหากับการโดนเหยียดเชื้อชาติ ทำให้ทีมมาร์กเซย จำเป็นต้องยอมขายเค้าออกไปในปี 2000 โดยปิแรส ได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด ยอดทีมจากสเปน ที่เพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ปิแรส กลับปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยเลือกย้ายมาร่วมทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อล โดยปิแรสให้เหตุผลว่า เขาอยากเล่นรวมกับเพื่อนรวมทีมชาติฝรั่งเศสที่ตัวเขาสามารถเล่นด้วยกันได้ดี ทั้ง เธียร์รี่ อองรี ปาทริค วิเอร่า และ ซิลแว็ง วิลตอร์ กองหน้าอีกรายที่กำลังจะย้ายจาก บอร์กโดซ์ ตามมาอยู่ด้วยกัน กับการย้ายมายังทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อลภายใต้การคุมทีมของยอดโค้ช อาร์แซน เวนเกอร์ ที่กำลังมองหา ตัวแทนของ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ที่เพิ่งย้ายไปบาร์เซโลน่า หลังจากนั้นตำนานก็เกิดขึ้น โดยสัญญาระหว่างปิแรสกับอาร์เซนอลเกิดขึ้นเพียง 2 วัน นับจากที่เขาเพิ่งแอสซิสต์พาทีมตราไก่คว้าแชมป์ยุโรป 2000 ในฤดูกาลแรกของ โรแบร์ ปิแรสกับปืนใหญ่อาร์เซน่อลนั้น ก็ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก เพราะในปีแรกนั้นปิแรส ปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นที่รุนแรงของฟุตบอลอังกฤษไม่ได้เลย รวมถึงโปรแกรมการแข่งขันที่ค่อนข้างโหดกว่าทุกลีกในยุโรป ปิแรสถึงกับมีการให้สัมภาษณ์ ในตอนหลังว่า ค่อนข้างคิดผิดทีเดียวสำหรับการที่ย้ายมายังลีกอังกฤษ แต่ก็เป็น ยอดกุนซืออย่างอาร์แซน เวนเกอร์ ที่คอยหนุนหลังและให้ความเชื่อมั่นกับปิแรสตลอดเวลา

จนโรแบร์ ปิแรส เริ่มปรับตัวได้ และสามารถพาไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาล 2001-2002 และแชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2002-2003 ก่อนจะพา อาร์เซนอล สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการไร้พ่ายถึง 49 นัด ด้วยสไตล์การเล่นที่เรียกได้ว่ามหัศจรรย์ ด้วยสไตร์การกระชากบอลด้วยลีลาและท่วงท่าที่สง่างาม รวมถึงการเล่นฟุตบอลที่ฉลาดเป็นกรดเปี่ยมด้วยไหวพริบปฏิภาณและจินตนาการในการเล่น จนทำให้ โรแบร์ ปิแรส มีชื่อติดในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ถึง 3 ปีซ้อน แต่แล้วเวลาของ โรแบร์ ปิแรส กับสโมสรอาร์เซน่อลนั้น ก็ดูเหมือนจะหมดลงหลังจากการมาของ อเล็กซานเดอร์ ฮเล็บ กองกลางชาวเบลารุส ที่ซื้อมาใหม่ จนปิแรส ต้องเก็บข้าวของ ย้ายออกจากถิ่น ไฮบิวรี่ และเป็นการจบตำนาน กับสโมสรอาร์เซน่อล ในปี 2006 หลังจากแยกทางกับสโมสรอาร์เซน่อลนั้น โรแบร์ ปิแรส์ ก็ย้ายทีมได้อย่าง ไร้ค่าตัว โดยได้ย้ายไปร่วมทีมบียาร์เรอัล ฉายาเรือดำน้ำสีเหลือง และที่นี่ โรแบร์ ปิแรส สามารถกลับมาระเบิดฟอร์มเทพได้อีกครั้ง ด้วยการพา เรือดำน้ำสีเหลือง บียาร์เรอัล ทำผลงานได้เป็นอย่างดี สามารถพาทีมจบอันดับที่ 2 ของลาลีกา ลีกสูงสุดของประเทศสเปน ในฤดูกาล 2007-2008 ที่มีทั้ง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ขวางอยู่ แต่ก็สามารถจบอันดับได้มากกว่า โดยถือว่าเป็นอันดับที่ดีที่สุดของสโมสรบียาร์เรอัลในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย ต่อมาในปี ค.ศ.2010 ปิแรสก็ได้ย้ายกลับมา เล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง โดยเล่นให้กับสโมสร แอสตัน วิลล่า แต่ก็ทำผลงานได้ไม่ดีพอ เพราะอายุที่มากขึ้นจนสามารถแขวนสตั้ดได้แล้ว พอจบฤดูกาล 2010-2011 ปิแรสก็ถูกยกเลิกสัญญา จนกลายเป็นนักเตะที่ไม่มีทีม จนในปี ค.ศ.2014 ก็ได้เซ็นต์สัญญากับสโมสร โกอาในประเทศอินเดีย และในปีถัดมา ปิแรสก็หมดสัญญากับ สโมสรโกอา ในปีค.ศ.2015 และในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2016 ปิแรสก็ตัดสินใจ ประแขวนสตั้ดอย่าง เป็นทางการในวัย 42ปี ซึ่งเป็นนักเตะชุดไร้พ่าย ที่แขวนสตั้ดเป็น คนสุดท้าย